สำหรับผู้สนใจเป็นครู

เส้นทางสู่วิชาชีพครู

ฝันอยากสวมชุดครูสักวัน? เส้นทางนี้พาไปดูทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกหลักสูตร เตรียมสอบเข้า เลือกสถาบัน หาทุนการศึกษา ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังเรียนจบเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา

2เส้นทางการศึกษาหลัก
3ระดับใบอนุญาตวิชาชีพ
80+สถาบันที่เปิดสอนทั่วประเทศ
ขั้นที่ 1

เลือกเส้นทางการศึกษา

ปัจจุบันมีสองเส้นทางหลักในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังจะเริ่มเรียนระดับปริญญาตรี หรือจบสาขาอื่นมาแล้วและอยากเปลี่ยนมาเป็นครู

4 ปี

หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต / ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ค.บ. / ศษ.บ.)

เส้นทางมาตรฐานสำหรับผู้ที่ตั้งใจเป็นครูตั้งแต่แรก เรียนตรงสาขาครู 4 ปี

  • รวมการฝึกปฏิบัติการสอนจริงในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา (มักอยู่ในปีที่ 4)
  • ครอบคลุมมาตรฐานความรู้ 6 ด้านตามที่คุรุสภากำหนด
  • เมื่อจบสามารถขอรับ "ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู" ได้ก่อน จากนั้นต้องผ่านการประเมินและการทดสอบตามที่คุรุสภากำหนด จึงจะขอรับ "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ได้
1 ปี

หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต)

สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นมาแล้ว และต้องการเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครู

  • เรียนเพิ่มอีกประมาณ 1 ปี เน้นวิชาชีพครูและการฝึกสอน
  • เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง (เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ภาษา) แล้วอยากนำไปสอน
  • เมื่อผ่านหลักเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เช่นกัน
คุรุสภาเป็นองค์กรหลักที่กำกับดูแลและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ผู้ที่จะสอนในสถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตจากคุรุสภาก่อนทุกกรณี
ขั้นที่ 2

คุณสมบัติพื้นฐานก่อนสมัคร

แต่ละสถาบันอาจกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมแตกต่างกัน แต่คุณสมบัติพื้นฐานที่พบบ่อยมีดังนี้

จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า

เกรดเฉลี่ยสะสมตามเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน (โดยทั่วไปไม่ต่ำกว่า 2.50–3.00)

สุขภาพกายและจิตใจสมบูรณ์ ไม่มีอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่สอน

มีบุคลิกภาพเหมาะสมกับวิชาชีพครู มีจิตสาธารณะและรักการเรียนรู้

ไม่มีประวัติคดีอาญาร้ายแรงหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เกณฑ์การรับสมัครเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี โปรดตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดกับสถาบันที่สนใจโดยตรง
ขั้นที่ 3

ข้อสอบที่ต้องเตรียมตัว (ระบบ TCAS)

การเข้าคณะครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์ผ่านระบบ TCAS ใช้ข้อสอบหลักสามชุด โดยมีข้อสอบเฉพาะทางสำหรับสายครูที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

TGAT

ความถนัดทั่วไป

  • การสื่อสารภาษาอังกฤษ
  • การคิดอย่างมีเหตุผล
  • สมรรถนะแห่งอนาคต (แก้ปัญหา บริหารอารมณ์ ความเป็นพลเมือง)
TPAT5

ความถนัดครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์

  • ข้อสอบที่สำคัญที่สุดสำหรับสายครูโดยเฉพาะ
  • ความสามารถพื้นฐานวิชาชีพครู: หลักสูตร จิตวิทยาการเรียนรู้ จรรยาบรรณ
  • คุณลักษณะความเป็นครู: บุคลิกภาพและทัศนคติที่เหมาะสม
A-Level

วิชาเฉพาะทาง

  • เลือกตามสาขาที่จะสอน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา
  • สาขาปฐมวัย/ประถมศึกษามักเน้น TPAT5 มากกว่า A-Level
รูปแบบข้อสอบ สัดส่วนคะแนน และเกณฑ์ของแต่ละสถาบันเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ควรตรวจสอบล่าสุดที่ mytcas.com และประกาศของสถาบันที่สนใจ
ขั้นที่ 4

เลือกสถาบันที่เปิดสอน

มีสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการรับรองจากคุรุสภาให้ผลิตครูมากกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ แบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 4 กลุ่ม

มหาวิทยาลัยรัฐชั้นนำ

เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มศว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอนแก่น เกษตรศาสตร์ และบูรพา มีชื่อเสียงสูง แข่งขันสูง

มหาวิทยาลัยราชภัฏ (38 แห่ง)

กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ ถือเป็นฐานสำคัญในการผลิตครูไทย เหมาะกับผู้ที่อยากเรียนใกล้บ้าน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและสถาบันเฉพาะทาง

เช่น กลุ่มพระจอมเกล้า เน้นผลิตครูช่างและครูอาชีวศึกษา รวมถึง มสธ. ที่เปิดสอนทางไกลสำหรับผู้ที่ทำงานแล้ว

มหาวิทยาลัยเอกชน

มีหลักสูตรหลากหลาย บางแห่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ ค่าเล่าเรียนสูงกว่ากลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐ

อย่าให้ทุนเป็นข้อจำกัด

ทุนการศึกษาที่ควรรู้จัก

มีหลายโครงการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ตั้งใจเป็นครูอย่างแท้จริง

ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น

โครงการของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ มอบทุนเต็มจำนวนตลอดหลักสูตรพร้อมค่าครองชีพ สำหรับนักเรียนจากพื้นที่ห่างไกล แลกกับการกลับไปสอนในพื้นที่บ้านเกิด

โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

คัดเลือกนักเรียนที่มีศักยภาพจากทั่วประเทศเข้าศึกษาในสาขาครู พร้อมทุนสนับสนุนการศึกษา

กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา)

ให้กู้ยืมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ สำหรับผู้ที่ครัวเรือนมีรายได้ไม่สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด

เงื่อนไขและวงเงินทุนเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี โปรดตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากหน่วยงานเจ้าของทุนโดยตรง
วางแผนล่วงหน้า

เส้นทางเวลาเตรียมตัว

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและสนใจสายครู

ม.4 – ม.5

วางรากฐาน

  • เลือกแผนการเรียนให้สอดคล้องกับสาขาครูที่สนใจ
  • รักษาเกรดเฉลี่ยสะสมตามเป้าหมายของสถาบัน
  • หาประสบการณ์อาสาสมัครสอนหรือติวน้อง เพื่อใช้ทำ Portfolio
ม.6 ภาคต้น

เตรียมสอบ

  • สมัครและเข้าสอบ TGAT และ TPAT5
  • จัดทำ Portfolio ให้พร้อมสำหรับรอบ Portfolio
  • เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์และทดสอบบุคลิกภาพ
ม.6 ภาคปลาย

สอบและยื่นสมัคร

  • สอบ A-Level ในวิชาเฉพาะทางที่สาขาต้องการ
  • ยื่นสมัครผ่านระบบ TCAS ตามรอบที่เหมาะสม
  • ตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสารรายงานตัว
ขั้นที่ 5

หลังเรียนจบ: จากบัณฑิตสู่ครูมืออาชีพ

ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 (ใช้บังคับ 15 มีนาคม 2566) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแบ่งเป็นบันไดสามขั้นตามระดับประสบการณ์และผลการประเมิน โดยผู้ขอรับทุกระดับต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

P-License

ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู

ต้องสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาหรือประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูที่คุรุสภารับรอง (ตรวจสอบรายชื่อหลักสูตรได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา) และผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยยังไม่ต้องสอบ ใช้เริ่มปฏิบัติหน้าที่สอนและสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ มีอายุ 2 ปี

B-License

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น

เมื่อผ่านการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู และผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด (มีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษาที่คุรุสภารับรองและปฏิบัติการสอนครบ 1 ปี) จึงขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้นได้ มีอายุ 5 ปี

A-License

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง

สำหรับผู้มีใบอนุญาตชั้นต้นที่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพตามที่คุรุสภากำหนด หรือมีวิทยฐานะชำนาญการหรือเทียบเท่าขึ้นไป สะท้อนความเชี่ยวชาญที่สูงขึ้น มีอายุ 7 ปี

อ้างอิงข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 — ระบบใบอนุญาตอาจปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบรายละเอียด หลักเกณฑ์ และรายชื่อหลักสูตรที่คุรุสภารับรองล่าสุดที่ ksp.or.th โดยตรง

สอบบรรจุครูผู้ช่วย (สายราชการ)

สอบแข่งขันผ่านหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น สพฐ.) เมื่อได้รับการบรรจุจะเริ่มต้นที่ตำแหน่งครูผู้ช่วย และเติบโตตามระบบวิทยฐานะ (ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ) ตามผลการประเมินผลงานและประสบการณ์

ทางเลือกอื่นนอกระบบราชการ

สอนในโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนนานาชาติ หรือศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก เพื่อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการศึกษา หรือนักวิจัยด้านการศึกษา