เส้นทางสู่วิชาชีพครู
ฝันอยากสวมชุดครูสักวัน? เส้นทางนี้พาไปดูทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกหลักสูตร เตรียมสอบเข้า เลือกสถาบัน หาทุนการศึกษา ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังเรียนจบเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา
เลือกเส้นทางการศึกษา
ปัจจุบันมีสองเส้นทางหลักในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังจะเริ่มเรียนระดับปริญญาตรี หรือจบสาขาอื่นมาแล้วและอยากเปลี่ยนมาเป็นครู
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต / ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ค.บ. / ศษ.บ.)
เส้นทางมาตรฐานสำหรับผู้ที่ตั้งใจเป็นครูตั้งแต่แรก เรียนตรงสาขาครู 4 ปี
- รวมการฝึกปฏิบัติการสอนจริงในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา (มักอยู่ในปีที่ 4)
- ครอบคลุมมาตรฐานความรู้ 6 ด้านตามที่คุรุสภากำหนด
- เมื่อจบสามารถขอรับ "ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู" ได้ก่อน จากนั้นต้องผ่านการประเมินและการทดสอบตามที่คุรุสภากำหนด จึงจะขอรับ "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ได้
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต)
สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นมาแล้ว และต้องการเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครู
- เรียนเพิ่มอีกประมาณ 1 ปี เน้นวิชาชีพครูและการฝึกสอน
- เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง (เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ภาษา) แล้วอยากนำไปสอน
- เมื่อผ่านหลักเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เช่นกัน
คุณสมบัติพื้นฐานก่อนสมัคร
แต่ละสถาบันอาจกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมแตกต่างกัน แต่คุณสมบัติพื้นฐานที่พบบ่อยมีดังนี้
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า
เกรดเฉลี่ยสะสมตามเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน (โดยทั่วไปไม่ต่ำกว่า 2.50–3.00)
สุขภาพกายและจิตใจสมบูรณ์ ไม่มีอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่สอน
มีบุคลิกภาพเหมาะสมกับวิชาชีพครู มีจิตสาธารณะและรักการเรียนรู้
ไม่มีประวัติคดีอาญาร้ายแรงหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ข้อสอบที่ต้องเตรียมตัว (ระบบ TCAS)
การเข้าคณะครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์ผ่านระบบ TCAS ใช้ข้อสอบหลักสามชุด โดยมีข้อสอบเฉพาะทางสำหรับสายครูที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ความถนัดทั่วไป
- การสื่อสารภาษาอังกฤษ
- การคิดอย่างมีเหตุผล
- สมรรถนะแห่งอนาคต (แก้ปัญหา บริหารอารมณ์ ความเป็นพลเมือง)
ความถนัดครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์
- ข้อสอบที่สำคัญที่สุดสำหรับสายครูโดยเฉพาะ
- ความสามารถพื้นฐานวิชาชีพครู: หลักสูตร จิตวิทยาการเรียนรู้ จรรยาบรรณ
- คุณลักษณะความเป็นครู: บุคลิกภาพและทัศนคติที่เหมาะสม
วิชาเฉพาะทาง
- เลือกตามสาขาที่จะสอน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา
- สาขาปฐมวัย/ประถมศึกษามักเน้น TPAT5 มากกว่า A-Level
เลือกสถาบันที่เปิดสอน
มีสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการรับรองจากคุรุสภาให้ผลิตครูมากกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ แบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 4 กลุ่ม
มหาวิทยาลัยรัฐชั้นนำ
เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มศว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอนแก่น เกษตรศาสตร์ และบูรพา มีชื่อเสียงสูง แข่งขันสูง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ (38 แห่ง)
กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ ถือเป็นฐานสำคัญในการผลิตครูไทย เหมาะกับผู้ที่อยากเรียนใกล้บ้าน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและสถาบันเฉพาะทาง
เช่น กลุ่มพระจอมเกล้า เน้นผลิตครูช่างและครูอาชีวศึกษา รวมถึง มสธ. ที่เปิดสอนทางไกลสำหรับผู้ที่ทำงานแล้ว
มหาวิทยาลัยเอกชน
มีหลักสูตรหลากหลาย บางแห่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ ค่าเล่าเรียนสูงกว่ากลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐ
ทุนการศึกษาที่ควรรู้จัก
มีหลายโครงการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ตั้งใจเป็นครูอย่างแท้จริง
ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น
โครงการของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ มอบทุนเต็มจำนวนตลอดหลักสูตรพร้อมค่าครองชีพ สำหรับนักเรียนจากพื้นที่ห่างไกล แลกกับการกลับไปสอนในพื้นที่บ้านเกิด
โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
คัดเลือกนักเรียนที่มีศักยภาพจากทั่วประเทศเข้าศึกษาในสาขาครู พร้อมทุนสนับสนุนการศึกษา
กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา)
ให้กู้ยืมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ สำหรับผู้ที่ครัวเรือนมีรายได้ไม่สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด
เส้นทางเวลาเตรียมตัว
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและสนใจสายครู
วางรากฐาน
- เลือกแผนการเรียนให้สอดคล้องกับสาขาครูที่สนใจ
- รักษาเกรดเฉลี่ยสะสมตามเป้าหมายของสถาบัน
- หาประสบการณ์อาสาสมัครสอนหรือติวน้อง เพื่อใช้ทำ Portfolio
เตรียมสอบ
- สมัครและเข้าสอบ TGAT และ TPAT5
- จัดทำ Portfolio ให้พร้อมสำหรับรอบ Portfolio
- เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์และทดสอบบุคลิกภาพ
สอบและยื่นสมัคร
- สอบ A-Level ในวิชาเฉพาะทางที่สาขาต้องการ
- ยื่นสมัครผ่านระบบ TCAS ตามรอบที่เหมาะสม
- ตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสารรายงานตัว
หลังเรียนจบ: จากบัณฑิตสู่ครูมืออาชีพ
ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 (ใช้บังคับ 15 มีนาคม 2566) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแบ่งเป็นบันไดสามขั้นตามระดับประสบการณ์และผลการประเมิน โดยผู้ขอรับทุกระดับต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู
ต้องสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาหรือประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูที่คุรุสภารับรอง (ตรวจสอบรายชื่อหลักสูตรได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา) และผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยยังไม่ต้องสอบ ใช้เริ่มปฏิบัติหน้าที่สอนและสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ มีอายุ 2 ปี
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น
เมื่อผ่านการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู และผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด (มีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษาที่คุรุสภารับรองและปฏิบัติการสอนครบ 1 ปี) จึงขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้นได้ มีอายุ 5 ปี
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง
สำหรับผู้มีใบอนุญาตชั้นต้นที่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพตามที่คุรุสภากำหนด หรือมีวิทยฐานะชำนาญการหรือเทียบเท่าขึ้นไป สะท้อนความเชี่ยวชาญที่สูงขึ้น มีอายุ 7 ปี
สอบบรรจุครูผู้ช่วย (สายราชการ)
สอบแข่งขันผ่านหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น สพฐ.) เมื่อได้รับการบรรจุจะเริ่มต้นที่ตำแหน่งครูผู้ช่วย และเติบโตตามระบบวิทยฐานะ (ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ) ตามผลการประเมินผลงานและประสบการณ์
ทางเลือกอื่นนอกระบบราชการ
สอนในโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนนานาชาติ หรือศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก เพื่อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการศึกษา หรือนักวิจัยด้านการศึกษา