หลักการที่ยึดถือ

มาตรฐานวิชาชีพครู

ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนต้องยึดถือมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน เพื่อสร้างคุณภาพในการประกอบวิชาชีพและความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการและสังคม

มาตรฐานที่ 1

ความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือเทียบเท่า และมีมาตรฐานความรู้ครอบคลุม 6 ด้านดังนี้ พร้อมประสบการณ์ฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยผ่านการประเมิน 2 มิติตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา พ.ศ. 2563 คือการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน และการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ

1

การเปลี่ยนแปลงบริบทของโลก สังคม และแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2

จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการศึกษา และจิตวิทยาให้คำปรึกษาในการวิเคราะห์และพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ

3

เนื้อหาวิชาที่สอน หลักสูตร ศาสตร์การสอน และเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้

4

การวัด ประเมินผลการเรียนรู้ และการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน

5

การใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา

6

การออกแบบและการดำเนินการเกี่ยวกับงานประกันคุณภาพการศึกษา

มาตรฐานที่ 2

การปฏิบัติงาน

แบ่งเป็น 3 ด้าน รวม 15 ข้อย่อย ครอบคลุมตั้งแต่การปฏิบัติหน้าที่ครู การจัดการเรียนรู้ ไปจนถึงความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน ดังนี้

การปฏิบัติหน้าที่ครู

  • มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียน ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู
  • ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
  • ส่งเสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละบุคคล
  • สร้างแรงบันดาลใจผู้เรียนให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ และผู้สร้างนวัตกรรม
  • พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัย และทันต่อการเปลี่ยนแปลง

การจัดการเรียนรู้

  • พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ สื่อ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
  • บูรณาการความรู้และศาสตร์การสอนในการวางแผนและจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีปัญญารู้คิด และมีความเป็นนวัตกร
  • ดูแล ช่วยเหลือ และพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามศักยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ
  • จัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน โดยตระหนักถึงสุขภาวะของผู้เรียน
  • วิจัย สร้างนวัตกรรม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
  • ปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพ

ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน

  • ร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของผู้เรียน
  • ศึกษา เข้าถึงบริบทของชุมชน และสามารถอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างทางวัฒนธรรม
  • ส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
มาตรฐานที่ 3

การปฏิบัติตน

คือจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มีทั้งหมด 5 ด้าน 9 ข้อ ครอบคลุมความประพฤติต่อตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้รับบริการ ต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และต่อสังคม

อ่านจรรยาบรรณวิชาชีพฉบับเต็ม →

หลักการสากล: ครูที่เชี่ยวชาญในมุมมองโลก

หลักการของ National Board for Professional Teaching Standards (NBPTS) สหรัฐอเมริกา ระบุข้อกำหนดหลัก 5 ประการของครูที่เชี่ยวชาญไว้อย่างกระชับ: ผูกพันกับผู้เรียนและการเรียนรู้ของพวกเขา รู้เนื้อหาวิชาและวิธีสอนอย่างลึกซึ้ง รับผิดชอบต่อการจัดการและติดตามผลการเรียนรู้ คิดอย่างเป็นระบบและเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองอยู่เสมอ และเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนแห่งการเรียนรู้ — แนวคิดเหล่านี้สอดคล้องกับมาตรฐานทั้ง 3 ด้านของไทยอย่างชัดเจน

อ้างอิงแนวคิดจาก NBPTS, สหรัฐอเมริกา · อ่านหลักวิชาการสากลฉบับเต็ม →
เงื่อนไขของความเป็นครู

อะไรทำให้ "ครู" เป็นวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงอาชีพ

นอกจากมาตรฐานทั้ง 3 ด้านข้างต้น วิชาชีพครูยังถูกกำกับด้วยเงื่อนไขเชิงโครงสร้างที่ทำให้ได้รับการยอมรับเป็นวิชาชีพชั้นสูง

01

ได้รับการศึกษาอบรมเป็นพิเศษเฉพาะทาง

02

มีจรรยาบรรณวิชาชีพกำกับความประพฤติ

03

มีมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานวิทยฐานะที่ชัดเจน

04

มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

05

มีองค์กรวิชาชีพ (คุรุสภา) กำกับดูแล

06

มีพัฒนาการของตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางอาชีพ